Play it or Die Trying “รับจ้างเล่นเกม

 

งานนี้เป็นงานแรกที่ผมได้ทำหลังจากที่เข้ามากรุงเทพได้เพียงสองอาทิตย์ เหมือนเช่นเคย งานนี้ผมก็ได้มาจาก อินเตอร์เน็ต...

ช่วงนั่นเป็นช่วงสิ้นปีของ ปี 2005 ผมตัดสินย้ายงานจาก เชียงใหม่ เข้าหางานใน กรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าเมืองอมรที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานที่นี้ ผมเดินทางมาพร้อมกับรอยแผลที่หัวใจ แผลเบ้อเร้อ แผลนั่นยังสดใหม่ และ สภาพจิตใจผมก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แต่ผมก็เลือกที่จะเดินทางมา โดยคิดซะว่าอย่างน้อยก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศ เผื่อมันจะดีกว่าตอนที่อยู่ที่เชียงใหม่  ในตอนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆอะไรๆก็ดูสับสนวุ่นวายไปหมด ผู้คนเยอะแยะ รถราก็มากมาย จะไปไหนมาไหนก็ไม่รู้จัก ก็ไม่สะดวก เพราะตอนนั่นยังไม่ได้เอารถาใช้เอง จะไปไหนก็ต้องใช้บริการรถเมล์ เคยนั่งจนไปสุดทางที่อู่ โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน อาหารก็ไม่ค่อยจะถูกปากเท่าไหร่ ความเป็นอยู่ก็ช่างแตกต่างจากเชียงใหม่เหลือเกิน ทุกอย่างดูเหมือนจะหมุนเร็วกว่าเดิมสองถึงสามเท่าไปซะทุกอย่าง เมื่อเงินติดตัวใกล้จะหมด ผมก็ต้องเริ่มหางานทำ คิดในตอนนั่นว่า งานอะไรก็ได้ ขอแค่มีเงินมาต่อเวลารักษาแผลใจก็พอ ซึ่งผมก็เลือกหางานทางอินเตอร์เน็ต ก็มันเป้นทางที่ผมถนัดที่สุดนี้ครับ อาจจะเพราะเป็นช่วงปลายปี บริษัทต่างๆก็ยังไม่เปิดรับพนักงานใหม่ บ้างที่ก็คงเตรียมตัวหยุดยาวกันแล้ว งานในตอนนั่นเลยจะหายากนิดนึง เรซูเม่ก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ พอร์ตงานก็เตรียมมาน้อยนิดมาก รู้เลยว่าเรายังอ่อนหัดมากนักหากจะมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ ทุกเรื่องมันยากกว่าที่เราคิดไว้

จนผมมาเจอประกาศรับสมัครงานของ บริษัทหนึ่งย่านสีลม รับสมัคร พนักงาน ไม่จำกัด วุฒิ มีความรู้ในเรื่องไอทีพอสมควร มาทำงานในตำแหน่ง พนักงานเล่นเกมส์ เล่นเกมส์แล้วได้เงินด้วยเหรอ นั่นคือคำถามแรกที่เกิดขึ้นในหัวของผม เออ ดีเว้ย เล่นเกมส์ก็ได้เงินใช้ งานเหมือนจะสบาย ไม่น่าเครียด แล้วผมก็จดรายละเอียด เบอร์โทร แล้วผมก็โทรติดต่อไป เขาก็ให้ผมส่ง เรซูเม่ ไปให้เขาดู อีกอาทิตย์หนึ่งเขาก็โทรมาตามตัวผมให้ไปทำงานได้ ผมได้ขึ้นรถไฟฟ้ากับรถใต้ดินครั้งแรกในชีวิตก็เพราะว่าได้ทำงานที่บริษัทนี้ล่ะ โดยผมต้องเข้างาน 9 โมงเช้าเลิกงาน 6 โมงเย็น หยุด เสาร์ อาทิตย์ ค่าเหนื่อยได้วันล่ะ 300 บาท วันแรกของการทำงานก็สดใสซะแล้ว เพราะ เลขา ของ บ.  น่ารักมากๆเลยอ่ะ วันที่ผมไปทำงานวันแรกก็มีคนมาทำงานแบบผม รวมผมด้วยก็ห้าคนได้ ขออธิบายนิดนึง คือ บริษัทนี้เขาทำพวกบริการดาวโหลด เกมส์ วอลเปเปอร์ ธีม ของพวกมือถือนะครับ คือในตอนนั่นบริการพวกนี้กำลังเป็นที่นิยมมาก ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีหลายคนต้องเคยใช้บริการมาแล้วแน่นอน เวลาทำงาน เขาก็จะเอามือถือ ตั้งแต่รุ่นถูกสุดไปถึงรุ่นที่ไฮโซสุดๆมาให้พวกผมเล่นกัน คือพวกผมต้องเล่นให้ชนะ และ ก็ต้องเล่นให้แพ้ คือต้องเล่นให้ครบทุกรูปแบบ เพื่อที่เขาจะได้หาข้อผิดพลาดในเกมส์ แล้วเอาไปแก้ไขอีกที พวกที่จ้างมาโหลดก็ต้องโหลดอย่างเดียว โหลดทุก รายการ ทุกรุ่น แล้วทำเป็นรายงานส่งให้เขาอีกที บัตรเติมเงินทุกระบบก็จะอยู่ตะกล้านั่นล่ะ เครื่องใครเงินหมดก็เติมกันไป โหลดกันไป เติมกันวันหนึ่งหลายพันอยู่ ช่วงนั่นผมจะโปรเรื่องมือถือมาก รุ่นไหนเป็นไง ดีไหม จะรู้หมดเลย เรียกได้ว่า สัมผัสกันมาแล้วเกือบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ  เกมส์ที่เล่นก็ไม่ได้สับซ้อนอะไรมากมายนะครับ ก็เล่นง่ายๆ และด้วยความง่ายของมันนี้ล่ะที่มักจะทำให้เราง่วงนอน เวลาทดสอบเขาก็จะให้เล่นในห้องประชุมขนาดกลาง มี ชุดโซฟาให้ชุดหนึ่งก็นั่งเล่น นอนเล่นกันไป วันหนึ่งก็ขอให้พยายามเล่นให้ได้มากที่สุด เรียกได้ว่ากดกันจนนิ้วด้านกันไปเลย ก็ไม่นึกนะครับว่าธุรกิจนี้จะดีขนาดเอาเงินมาจ่ายพนักงานหลายร้อยคนได้ ไหนจะค่าเช่าตึกอีก ตีซะว่า ค่าโหลด 45 เจ้าของเครือข่ายเอาไปซะ 20 ที่เหลือก็เข้า บริษัท ถ้างั้นวันๆหนึ่งก็ต้องมีคนโหลดกันมากใช้ได้เลยทีเดียว

ดูๆไปก็เป็นงานที่ดีนะครับสบาย ทำงานห้องแอร์ ไม่ต้อง ตากแดด เลขาก็สวยจนน่าเก็บมาฝัน ค่าตอบแทนก็จัดว่าไม่น่าเกรียดมาก ถ้าเทียบกับการทำงานที่สบาย ผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับนักศึกษาที่หางานพิเศษทำมากกว่าเพราะทางบริษัทเขาก็ไม่มีนโยบายรับเราเป็นพนักงานประจำหรอก และในระหว่างที่ผมทำงานที่นี้ผมเองก็หางานที่อื่นไปด้วยนะครับ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ บริษัท นี้เหมือนกันที่ต่อลมหายใจให้ผมได้อยู่กรุงเทพต่อไปได้โดยไม่ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องขอเงินจากทางบ้าน อีกอย่างคือพอเราทำงาน ราก็ไม่มีเวลาไปคิดมากเรื่องอดีตนะครับ นี้ล่ะมั่งที่เขาบอกเวลาอกหักให้พยายามหาอะไรทำ มันจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน หลังจากทำไปได้ เกือบสามเดือน ผมก็ได้งานใหม่ ซึ่งเป็นงานประจำ ใน บริษัทแห่งหนึ่ง งานคราวนี้ใกล้ที่พัก ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ก็อย่างว่าทุกอย่างมักจะดูดีในตอนแรกๆ แต่ใครจะรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั่น ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ สวัสดีครับ

edit @ 23 Jun 2008 13:42:27 by oldple

I’am AV Master เมื่อผมต้องเซ็นเซอร์หนังโป๊

 

         อย่างที่เคยบอกไว้เรื่องบ้าๆบอๆในชีวิตผมส่วนใหญ่มักจะมีจุดเริ่มต้นจากอินเตอร์เน็ต เรื่องนี้ก็เช่นกัน ...

บ่ายแก่ๆของเดือนตุลาคม ปี 2551 ผมยังคงใช้เวลาหมดไปกับการท่องอยู่ในโลกไซเบอร์สเปส มุดนั่น ดูนั่นโหลดนี้ ไปตามประสาของคนตกงาน ตอนนั่นพึ่งออกจากงาน รับจ้างเล่นเกมส์ ( ไว้ค่อยกลับมาเล่าอีกที ) ผมก็หางานใหม่ไปเรื่อยๆจนไปสะดุดเข้ากับประกาศรับสมัครงานของ บ. หนึ่ง คุณสมบัติ ไม่ต้องอะไรมาก เขาบอกว่า ทำงานเกี่ยวกับกองถ่ายหนังญี่ปุ่น มีสิทธิได้ไปดูงานที่ต่างประเทศด้วย ไม่ต้องมีประสบการณ์ ขอแค่ใจรัก และ พร้อมทำงานหนัก เราก็ว่างงานยู่ไง ก็เลยจดรายละเอียดไว้แล้วก็กะว่าจะโทรไปถามเอาว่าให้ทำอย่างไงบ้าง ตอนบ่ายของอีกวันผมก็ลองโทรไป

ปลายสาย :       .... ตูดส์ .... ตูดส์ .. สวัสดีค่ะ บ. xxxx ค่ะ เสียงผู้หญิงที่ปลายสายรับอย่างเป็นมิตร

ตัวผม :            ครับผม อยากจะสอบถามเรื่องรับสมัครงานครับ พอดีว่าสนใจ จะติดต่อกันได้อย่างไงครับ

ปลายสาย :     อื้ม .... ต้องบอกก่อนนะค่ะว่า บ. เราตัดต่อภาพโป๊จากประเทศ ญี่ปุ่นนะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณรับได้ไหมค่ะ

ตัวผม :         ... ( จริงเหรอว่ะ อำกูรึเปล่านี้ มีด้วยเหรอ บ. แบบนี้ อ่ะ กวนตีนกลับไปเลยดีกว่าดูสิมันจะว่าอย่างไง )

                   ... โอ้ย สบายครับ ผมก็ชอบดูอยู่แล้วครับ สบายมากครับ

ปลายสาย :        ดีค่ะ งั่นเตรียมเอกสารมาสมัครเลยนะค่ะ ที่นี้นะค่ะ อยู่ตรงนี้ค่ะ นั่งรถใต้ดินมาลงที่นี้นะค่ะ

ตัวผม :            .... ครับ แล้วผมจะไปนะครับ

สาบานได้เลยว่าในตอนนั่นผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมี บ. แบบนี้อยู่จริง ถึงถ้ามีมันก็คงไม่เอามาบอกกันตรงๆแบบนี้หรอก ด้วยความอยากรู้ ผมเตรียมเอกสารและตัวอย่างผลงานที่เคยทำมาเพื่อเอาไปสมัครงาน พอถึงวันที่เขานัดผมไปสมัครผมก็ไปตามนัด เมื่อไปถึง หน้าตาของ บ. ก็ไม่ได้แตกต่างจาก บ. อื่น ในย่านนั่นเท่าไหร่พอไปถึงผมก็โทรเข้าไปหาเขา แล้วก็มีคนออกมาเปิดประตูให้ โดยเขาให้ผมไปนั่งกรอกเอกสารและรอสัมภาษณ์ที่โต๊ะหน้า บ. ดูๆไปมันก็ไม่ได้แตกต่างจาก บ. อื่นทั่วไปสักเท่าไหร่  เสียงครวญครางก็ไม่ได้มีเล็ดลอดออกมาเลย มีแค่เสียงเพลงเปิดเบาๆ และเสียงพนักงานพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเท่านั่นเอง ไม่มีวี่แววว่าที่นี้จะทำอะไรแนวนั่นเลย พนักงานที่ออกมาต้อนรับก็หน้าตาดี จริงรึเปล่า ที่นี้เหรอที่ๆเขาทำงานเซ็นเซอร์หนังโป๊กัน เกิดเครื่องหมายคำถามากมายในหัวผมอีกครั้ง ..... กรอกเอกสารเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาสัมภาษณ์ เรื่องที่สัมภาษณ์ก็ธรรมดาทั่วไป เหมือนเวลาคุณไปสมัครงานนั่นล่ะ ถามว่าจบที่ไหนมา พักอยู่ที่ไหน เดินทางมาสะดวกดีไหม อยากได้เงินเดือนเท่าไร เคยทำอะไรมาบ้าง และเธอยังถามย่ำอีกว่า รู้แล้วใช่ไหมว่าตัดต่อภาพโป๊จากญี่ปุ่น คุยกันประมาณ สิบนาที ก็บอกให้ผมกลับบ้านไปรอฟังผลแล้วเขาจะจะโทรไปหาพอสิ้นเดือน บ. นั่นก็โทรมาหาผมแล้วบอกว่า ผมได้งานแล้ว เริ่มงานได้เลย ผมก็ถามว่าผมต้องเตรียมอะไรไปไหม เขาบอกไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย มาแต่ตัวและใจที่พร้อมจะทำงานก็พอ ผมตื่นเต้นมากคิดไปต่างๆนานาว่า บ. จะเป็นอย่างไง เวลาเซ็นเซอร์เขาใช้โปรแกรมอะไรกัน คืนนั่นเป็นอีกคืนที่ผมนอนไม่หลับจริงๆ เช้ามาผมก็ออกเดินทางไปทำงานโดยอาศัยรถไฟใต้ดิน นานามากแล้วที่ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ พอถึงหน้า บ. ผมเห็นคนกลุ่มหนึ่งประมาณสิบกว่าคนยืนรออยู่ โดยมี เลขาสาวคนสวยรอตอนรับอยู่ด้านหน้า บ. ทุกคนกำลังเข้าคิวสแกนรายนิ้วมือ โห้... ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นอนขนาดนี้เลยเหรอ พอลงทะเบียนสแกนเสร็จ ก็เดินเข้าสู้ในออฟฟิต สภาพออฟฟิตเหมือน ห้องคอมใหญ่ๆในมหาวิทยาลัยต่างๆ มีการวางคอมเป็นแถว แถวล่ะ สิบห้าตัว ถ้านับแล้วจะมีคอมประมาณ 150 ตัว แล้วเขาก็ให้น้องใหม่นั่งที่แถวหน้าเผื่อเทรนส์งานก่อน พวกผมก็เข้าไปประจำที่กัน ถามคนข้างๆก็บอกว่า สมัครมาทางเน็ตก็มี เพื่อนที่ทำอยู่ก่อนชวนมาทำก็มี   ก็แนะนำตัวกันพอเป็นพิธี ก็จะมี ญี่ปุ่นสองคนเป็นคนตรวจงาน ล่ะก็มี หัวหน้าอีกคนแต่ไม่ค่อยอยู่ ล่ะก็มี ผจก คนไทยอีก สาม สี่ คน คอยคุมงาน ค่าเหนือยที่ให้กันก็หมื่นต้นๆ ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หยุด เสาร์ อาทิตย์ ตกลงกันเสร็จก็จะเริ่มเทรนงานกันแล้ว  

 

โปรแกรมที่ใช้เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นำเข้ามาจากญี่ปุ่น หลักการคือเราต้องเซ็นเซอร์แบบ ช๊อต ต่อ ช๊อต คือ ใน ภาพวีดีโอ 1 วินาทีจะประกอบไปด้วยภาพนิ่ง  24 รูป ซึ้งเราก็ต้องตามไปเซ็นเซอร์มันแทบทุกรูป และการแจกงาน เขาจะแจกงานให้คนล่ะนาที รึ สองนาที ต่อคน ทำเสร็จก็ไปเอาไฟล์ใหม่มาทำ เพราะฉนั่นใน หนึ่งนาทีจะมีรูปที่ผมต้องเซ็น 1440 ภาพ แล้วในวันๆหนึ่งพวกผมต้องค้างอยู่กับพวกนี้เป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน อาทิตย์แรกเป็นอาทิตย์ที่อะไรก็ดูดีไปหมด คิดดูสิ ผมได้ดูในสิ่งที่ผู้ชายญี่ปุ่นเกือบทั้งประเทศไม่ได้ดู นางเอกแต่ล่ะคน ขึ้นชื่อว่า เป็นดารา AV แล้วระดับความน่ารักย่อมไม่ธรรมดาเลย 8 ชั่วโมงต่อวันที่ต้องอยู่กับ จิ๋ม และ จู๋  8 ชั่วโมงต่อวันที่ต้องจมอยู่ในเรื่องเซ็กส์  8 ชั่วโมงต่อวันที่จะต้อง คลิกเมาส์กันจนนิ้วด้าน สายตาก็ต้องจับจ้องอยู่ที่ จู๋ และ จิ้ม ในบ้างครั้งพวกเราก็ต้องเล่นเกมส์ หา จู๋ และ จิ๋ม กันทั้งวัน ที่ทำงานใช่ว่าจะมีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงก็มีไม่ใช่น้อยที่ทำงานด้วยกัน ทุกคนดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดากันหมด ไม่มีอะไรต้อง ตื่นเต้น ตกใจ แปลกแค่ไหน พิสดารปานใด ท่ายาก ท่าง่าย พวกเราก็ผ่านมาหมดแล้ว พอหมดจากเวลางาน พวกในออฟฟิตก็จะนัดกันไป กินข้าว เที่ยวเล่นเตะบอลกันบ้าง สิ้นเดือนก็ไปฉลองกันตามโอกาส ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างจาก บ. อื่นๆในเมืองใหญ่แห่งนี้สักเท่าไรเลย  

 

ว่ากันว่าธุรกิจหนัง AV เป็นธุรกิจ อันดับต้นที่สร้างรายได้ให้กับญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และสาเหตุที่ขนมาทำให้ไทยก็เพราะว่า ค่าแรงเราถูกมากเมื่อเทียบกับการจ้างคนญี่ปุ่นทำ ก็แน่นอนละสิ ก็ทำกันจนจะเป็นโรงงานอยู่แล้วนี้ ผู้ชายญี่ปุ่นยินดีที่จะตอบสนองความอยากของพวกเขาอย่างเต็มที่ เพราะเขาถือว่าเขาทำงานมาหนัก เขาเลยต้องการอะไรก็ได้ที่จะมาปลดปล่อย และตอบสนองความต้องการของเขาในด้านนั่นอย่างเต็มที่เช่นกัน ทุกสิ่งที่เกี่ยวกันหนังโป๊สามารถเอามาทำเป็นรายได้ได้ทั้งนั่น ไมว่าจะเป็น ชุดชั้นในที่เธอๆใส่แสดงในเรื่องต่างๆ ก็จะมีการนำมาเก็บใส่กล่องแล้วเอามาประมูลกัน รวมไปถึง ของเล่นต่างๆมากมาย ที่ใช้ประกอบการแสดง ก็เช่นกัน พวกมันล้วนเอามาเป็นสินค้าประมูลได้เกือบทุกอย่าง เมื่อเวลาก้าวย่างไปสู่เดือนที่สาม ไฟในการทำงานของผมกับงานเซ็นเซอร์หนังโป๊ก็เริ่มดับลง พร้อมกับคำถามากมายในหัว ครั้งหนึ่งแม่ผมเคยโทรมาหา แล้วถามว่าตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ลูก ผมนิ่งและนึกตำตอบอยู่นานว่าจะตอบท่านว่าอย่างไง เซ็กส์ ใน มุมองของผมก็เปลี่ยน มันกล้ายเป็น เรื่องของหน้าที่ เรื่องของความจำเจ และ อนาคต และ ความมั่นคงก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ยังคงต้องแสวงหา  เหมือนผมจะกล้ายเป็นพวกตายด้าน และมีความต้องการที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น เซ็กส์ที่ผมอยากได้เพิ่มระดับความรุนแรงและแปลกขึ้น รึว่ามันเพิ่มตามความรุนแรงของหนังที่ผมต้องเซ็นเซอร์ทุกวัน นี้ล่ะมั่งที่เขาเรียกว่า ซึมซับ ดูทุกวันจนเคยชิน ไม่ ต่างจากเด็กที่ ดูการตูน มากไปแล้วก็จำไปใช้ เซ็กส์ไม่ได้เป็นสิ่งที่วิเศษสำหรับผมอีกต่อไป ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ผมตื่นเต้น รึ รู้สึกเหมือนก่อนเวลาที่เจออะไรเข้ามากระตุ้น แบบธรรมดาไม่สามารถทำให้ผมตื่นเต้นได้อีกต่อไป ผมเริ่มรู้สึกว่าต่อมเซ็กส์ผมเริ่มแย่ ผ่านมาเดือนที่สี่ ผมก็จบอาชีพเซ็นเซอร์หนังโป๊ของผม ด้วยสาเหตุที่ว่า ผมไม่ผ่านโปร เพราะ ผมหยุดงานและมาสายเกินกำหนด ซึ่งจริงๆผมเองที่เลือกทำตัวอย่างนั่น เพราะมันไม่ได้เข้ากับผมเลย ในที่สุดผมก็ค้นพบว่า ผมชอบที่จะเป็นผู้บริโภคมากกว่า ที่จะเป็นคนผลิต หลังจากเลิกทำงานนั่น ต่อมเซ็กส์ของผมก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม ผมกลับมาตื่นเต้นอีกครั้งเวลาที่เจอสาวสวยในชุดสุดเซ็กซี่ และ แน่นอนผมกลับมาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และยังคงท่องไปในโลกอินเตอร์เน็ตอีกครั้ง เพื่อหาการผจญภัยครั้งต่อไป ..... ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ สวัสดีครับ

edit @ 23 Jun 2008 13:46:45 by oldple

                ไม่มีใครรู้เรื่องของเราได้ดี เท่าเรื่องของเราเอง วันหนึ่งหากเราเป็นโรคความจำเสื่อมขึ้นมา แล้วจะทำอย่างไง ?? พี่สาวคนหนึ่ง พูดไว้ว่า คนเราควรพยายามเขียนอะไรก็ได้ให้ได้อย่างน้อยวันล่ะหน้า ... ผมเลยตัดสินใจ บันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเองลงบนบล็อกอันนี้

ลืมตาดูโลก ... บทนี้อาจจะน่าเบื่อสักหน่อย แต่ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น

               

สวัสดีครับผมชื่อ เปิ้ล  ชายไทยรูปร่างอวบเกินมาตรฐาน อายุอานามก็ย่างเข้า 30 ขวบ ด้วยความที่อยากจะรีบมาใช้ชีวิตในโลกใบนี้ ผมเลยตัดสินใจออกจากท้องแม่ทั้งที่พึ่งอยู่ในท้องแม่มาได้แค่ 7 เดือน ผลของความอยากนั่นทำให้ผมต้องไปนอนเล่นในตู้อบอีกสามเดือน แม่บอกว่าตอนนั่นผมหนักแค่ หนึ่งกิโลกับอีกเจ็ดขีด แต่เดียวนี้อีกแค่เจ็ดขีดผมก็จะครบร้อยกิโลแล้ว หลังจากรอดวิกฤตในวัยทารกมาได้ ผมก็เติบโตมาเรื่อยๆ ผมมักคิดเสมอว่าผมเป็นคนขาดความอบอุ่น ผมมักจะแสวงหาความรักจากคนอื่นไปทั่ว พรสวรรค์อย่างหนึ่งที่ผมได้มาคือ ปากหวาน ใครๆก็บอกว่าผมปากหวานมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กช่างเจรจา คุยกับใครก็ได้ คุยได้หมด และด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวเลยถูกพ่อและแม่ สปอยซะอย่างเต็มที่ อยากได้ อยากมี พ่อแม่ก็จะจัดมาให้ในทันที จนมาวันหนึ่งสวรรค์ก็ส่งน้องชายให้มาอยู่ในท้องแม่ หลังจากที่น้องชายเกิด ในตอนนั่นความรู้สึกของผมเหมือนมีคนมาเขย่าโลกทั้งใบให้สั่นสะเทือน ความรักของพ่อและแม่ที่เคยให้ผมมันได้ย้ายไปกองอยู่ที่ไอ้องชายตัวดี บ่อยครั้งที่ผมพยายามจะฆ่ามัน ด้วยสารพัดวิธีที่เด็กคนหนึ่งจะคิดได้ ตดอัดใส่หน้ามัน เอาหมอนปิดหน้า ตอนนอนแอบบีบจมูก ทุกอย่างผมทำหมดแล้ว แต่มันก็ยังรอดมาได้ พ่อและแม่คงเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ผมไม่ได้รักน้องเลย เย็นวันนั่นพ่อจึงสร้างความสมานฉันต์ ด้วยการพาผมไปซื้อเครื่องเกมส์ แฟมิคอม แล้วสงครามระหว่างผมกับน้องก็ยุติลงด้วยเกมส์ หนึ่งเครื่องกับ เกมส์อีก สามตลับ ทุกวันนี้พวกผมก็รักกันดีนะครับ เหอะๆ

               

ผมโชคดีอยู่อย่างนึ่งคือ พ่อของผมเป็นพวกบ้าเทคโนโลยี อะไรที่ว่าใหม่ๆ อะไรที่ว่าดีๆ พ่อผมจะทุ่มไม่อั้น เรียกได้ว่าทุกชนิดของเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมจะได้เล่นก่อนคนอื่นแน่นอน หากคุณเกิดทันคงจำกันได้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นวีดีโอแบบธรรมดา เครื่องเล่นวีดีโอแบบ HI-FI เครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่น LCD ของพวกนี้พังคามือผมมาหมดแล้วทั้งสิ้น เด็ดสุดจำได้วันนั่นตอนเย็นพ่อบอกจะมีของดีมาอวด ตกตอนเย็นในขณะที่ผมเล่นอยู่หน้าบ้านก็มีรถปิกอัพมาจอดพร้อมกับขนกล่องสองสามใบเข้ามาในบ้าน พักใหญ่ๆพวกเขาก็กลับไป พ่อก็มาตามผมไปดูของเล่นใหม่ มันคือ คอมพิวเตอร์ ถ้าจำผิด มันคือ คอมพิวเตอร์ 286 จอเขียว เครื่องขนาดมหึมา แล้วมันทำอะไรได้บ้างล่ะ พ่อกับผมมองหน้ากันแล้วก็งมอยู่นาน สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมัน พ่อเลยต้องลงทุนส่งผมไปเรียนที่โรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ ส่งเด็กสิบขวบไปเรียนคอมนี้อะนะ มันจะยากเกินไปรึเปล่า แม่คัดค้าน ซึ้งจริงๆผมพึ่งมารู้ความจริงว่าแม่ไม่เห็นด้วยกับการซื้อคอมมาก่อนแล้ว แต่สู้ความดื้อของพ่อไม่ไหวเลยยอมซื้อมาให้ผมเล่นจนได้ มันคือเป็นโชคของผมที่ผมได้เล่นก่อนคนอื่น และมันก็ทำให้ผมได้เจอเรื่องราวมากมายในชีวิต และทำให้ผมมีอาชีพหาเลี้ยงตัวเองได้ในทุกวันนี้ ก็เริ่มมาจาก คอมพิวเตอร์เครื่องนั่น

 

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น อย่างที่บอกผมเป็นคนขาดความอบอุ่น ผมพยายามหาความรักจากคนรอบข้างเสมอ วัยรุ่นของผมจึงเป็นวัยที่ แสนจะวุ่นวาย ติดเพื่อน ดื้อรั่น ไม่ฟังใคร แสวงหาความรัก อยากลอง และเป็นช่วงที่สับสนที่สุดในชีวิต แต่ก็เป็นช่วงที่มีสีสันมากที่สุดเช่นกัน ผมพยายามอย่างมากที่จะมีแฟน ผู้หญิงในห้องมีกี่คนกี่คนผมจีบมันทุกคน พยายามสร้างและดันตัวเองให้เป็นตัวเด่น แต่ก็ทำได้แค่เป็นลูกไล่ในกลุ่มเพื่อนๆเท่านั่น เป็นช่วงที่ผมปิดกั่นตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่เข้าใจอะไรเลย แม้กระทั้ง ความรัก รู้แต่ว่า ฉันต้องการความรัก เท่านั่น ช่วงมหาลัยเป็นช่วงที่ผมมีการพัฒนามากที่สุดก็ว่าได้ ได้ใช้ชีวิตเองอย่างสุดๆ ได้เข้าใจคำว่าชีวิตเป็นของเราก็ในตอนนี้ แต่ผมก็ยังไม่ล้มเลิกที่จะแสวงหาความรัก ผมกล้ายเป็นพวก เสพติดความรัก และ เซ็กส์

 

จะด้วยโชคชะตา รึ ว่าเป็นเพราะผมหาเรื่องเองก็แล้วแต่ ทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตมันต้องมีจุดเริ่มต้นมาจาก INTERNET ทั้งสิ้น มันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องหลายๆเรื่องในชีวิตผม บ้างเรื่องเป็นเรื่องที่ดี จนอยากที่จะจำไปจนวันตาย แต่ก็มีหลายเรื่องที่ อยากจะลืมมันไปให้หมด แต่ก็ทำไม่ได้ ไหนๆก็ลืมมันไม่ได้ก็เอามันมาบันทึกในนี้เลยแล้วกัน ทุกเรื่องที่ผมเขียนมาจากเรื่องจริงในชีวิตผมนะครับ ชื่อของผู้ที่เข้ามาในชีวิตผมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นการ ปกป้องและให้เกียติกัน ตอนแรกผมคิดว่าจะค่อยๆบันทึกไปตามช่วงเวลา แต่เรื่องมันเยอะและนานมาก ถ้าคิดเรื่องไหนออกผมก็จะเล่าเรื่องนั่นล่ะกันนะครับ ขอบคุณครับที่อ่านมาถึงตรงนี้ .... สวัสดี

edit @ 19 Jun 2008 13:16:09 by oldple